We use cookies on this site to enhance your user experience. If you continue to browse, you accept the use of cookies on our site. See our cookies policy for more information.
Accept
FUKUI เส้นทางที่จะได้สัมผัสกับ “กลิ่นอายที่ไม่เคยแปรเปลี่ยน” 
  • TOKYO
  • FUKUI

ธีมของเส้นทางท่องเที่ยว

TIMELESS ARTISTRY

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : October,2018 Estelle Loiseau
    บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว
    ที่อยู่อาศัย:ประเทศฝรั่งเศส
  • Traveled : October,2018 Denis Medina
    นักเขียน
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ประเทศฝรั่งเศส

เริ่มต้นทริปด้วยการชมภาพวาดวิว36ของภูเขาไฟฟุจิซึ่งเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงของโฮะขุไซที่หอศิลป์สึมิดะโฮะขุไซซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมผลงานของคัทสึชิกะโฮะขุไซศิลปินภาพอุคิโยะผู้เป็นตำนานของญี่ปุ่น จากนั้นไปเยี่ยมชมวัดเอเฮจิ วัดใหญ่ที่เป็นแหล่งของความเชื่อที่สืบทอดกันมากว่า700ปี ที่นี่ท่านจะได้เห็นพระที่มีปฏิบัติธรรม เป็นการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสถึงหัวใจของญี่ปุ่น

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
https://www.fuku-e.com/lang/thai/

ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

JAL046 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

เที่ยวบิน JAL จากสนามบิน CDG ปารีส - สนามบินฮาเนดะ โตเกียว ออกบินตั้งแต่ช่วงเย็น ถือเป็นเวลาบินที่เหมาะมากซึ่งจะทำให้ไปถึงโตเกียวตอนบ่ายๆ พอดี พนักงานบนเครื่องดูแลเอาใจใส่ดีค่ะ ทุกอย่างดีหมด อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องก็อร่อยมาก ทั้งที่นั่งและที่ว่างสำหรับผู้โดยสารแต่ละคนก็กว้างขวางสะดวกสบาย สนามบินฮาเนดะก็ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดี ทำให้เข้าสู่ตัวเมืองโตเกียวได้อย่างรวดเร็วเลยค่ะ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

พิพิธภัณฑ์สุมิดะ โฮคุไซmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

พิพิธภัณฑ์สุมิดะ โฮคุไซ

ศิลปินชื่อดังระดับโลก คัตสึชิกะ โฮคุไซ เกิดที่ถนนโฮคุไซซึ่งปัจจุบันคือเขตสุมิดะ เขาสร้างงานชิ้นเอกนับไม่ถ้วนในขณะที่ใช้ชีวิตเกือบ 90 ปีในสุมิดะ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงผลงานของโฮคุไซ เชิญมาศึกษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างโฮคุไซและสุมิดะผ่านงานนิทรรศการที่หลากหลายและโครงการด้านการศึกษาต่างๆ กัน

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเรียวโกคุ เพิ่งเปิดดำเนินการมาได้ 2 ปี จัดตั้งขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่นักวาดภาพชื่อดังที่สุดของญี่ปุ่นผู้มีนามว่า คัตสึชิกะ โฮคุไซ พิพิธภัณฑ์ 4 ชั้นแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยเซจิมะ คาสึโยะ หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท SANAA บริษัทด้านสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่น สิ่งจัดแสดงถาวรบนชั้น 4 พาเราเข้าสู่พื้นที่สวยงาม เงียบสงบที่มีภาพพิมพ์สวยๆ ประดับอยู่พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับโฮคุไซและเหล่าศิษย์รัก เราได้ดูนิทรรศการชั่วคราวเกี่ยวกับภาพสะพานในงานของโฮคุไซด้วย

ที่สถานีเรียวโกคุ ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มากนัก มีตึกเรียวโกคุ เอโดะ โนเรนตั้งอยู่ซึ่งทำให้เรานึกถึงบรรยากาศยุคเอโดะ ที่นี่มีทั้งคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหาร รวมถึงสนามแข่งซูโม่ด้วย เราเข้าไปทานอาหารกันที่ร้านทสึคิชิมะ มอนจะ โมเฮจิ เป็นร้านที่ขายมอนจายากิโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นอาหารที่หาทานได้ทั่วไปในโตเกียว ส่วนผสม (กะหล่ำปลี แครอท ผัก เนื้อ ปลา กุ้ง โมจิ ชีส... เลือกได้ตามใจชอบ!) ถูกหั่นละเอียดและคลุกเคล้าเข้ากันอย่างดีกับแป้ง แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดลงไปทอดพร้อมกันบนกระทะร้อนที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะ (เทปปัน)

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้แก่การจัดแสดงผลงานของนักวาดภาพชื่อดังชาวญี่ปุ่นแห่งยุคเอโดะท่านนี้นะครับ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเรียวโกคุ ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ในเขตนี้ก็จะมีโคคุกิคันกับพิพิธภัณฑ์เอโดะ เพียงย่างเท้าก้าวเข้าสู่ถนนในเขตนี้ คุณก็จะรู้สึกเซอร์ไพรซ์ทันทีกับตึกรูปทรงน่าทึ่ง ภายในตึกมีความสว่างสดใส มีการจัดแสดงแกลอรี่หลากหลายในขนาดที่พอเหมาะ ไม่ทำให้คุณเสียเวลาชมมากจนเกินไปนัก คำอธิบายมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ดังนั้นการมาเยี่ยมชมในครั้งนี้จึงทำให้รู้สึกดีและมีความสุขมากที่ได้เรียนรู้ว่าช่วงเวลาอมตะของญี่ปุ่นในสมัยที่ยังปิดประเทศแยกตัวจากต่างชาติโดยสมบูรณ์นั้นเป็นอย่างไร

ศูนย์การค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองเอโดะ มีร้านอาหารอยู่เล็กน้อยและมีสนามแข่งซูโม่อยู่ตรงกลางห้าง ร้านอาหารมีบรรยากาศดีมากครับ มาทอดมอนจายากิกันบนโต๊ะเลย

สาย JR โซบุ รถไฟธรรมดา (จอดทุกสถานี)
เรียวโกกุ --> อาซากุสะบาชิ
(1 นาที)

สายโทเอ อาซากุสะ
อาซากุสะบาชิ --> อาซากุสะ
(2 นาที)

ย่านอาซาคุสะเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีส่วนผสมของความสมัยใหม่ปนอยู่ตั้งแต่มีการก่อสร้างตึกสกายทรีทาวเวอร์ ผสมกับบ้านเตี้ยๆ ร้านค้าเก่าๆ และถนนกว้างๆ ลองขึ้นไปที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวชั้นบนสุดดูก็ได้นะ วิวข้างบนนั้นสวยจนลืมหายใจเลยล่ะค่ะ!

วัดเซนโซจิเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองหลวงซึ่งอุทิศแด่พระคันนน ที่นี่เป็นสถานที่อันเป็นที่เคารพสักการะของนักเดินทางและนักซูโม่ที่มักจะมาขอพรก่อนลงแข่ง คนอาจพลุกพล่านแต่ถ้าอยากชมวัดแห่งนี้จริงๆ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ถึงฉันจะรู้จักย่านนี้ดี แต่พอได้มาเยี่ยมอีกครั้งก็มีความสุขเสมอแหละค่ะ

ที่อาซาคุสะ คุณจะได้พบกับร้านที่ขายอาหารญี่ปุ่นหลากหลายเมนู ซึ่งแต่ละเมนูก็มีส่วนผสมหลายชนิด คุณสามารถเห็นเขาทำขายกันสดๆ ตรงหน้าร้านเลยทีเดียว ในร้านร้านหนึ่งจะมีอาหารขายในราคาที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีนะครับ
ก่อนที่เราจะไปเดินชมย่านนี้กัน เราขึ้นไปชิมวิวอาซาคุสะที่ชั้นบนสุดของตึกศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ตรงข้ามคามินาริมอนกันก่อนนะครับ

หลังทานอาหารเสร็จแล้ว เราก็ไปกันที่ย่านดังอย่างอาซาคุสะ ผมชอบที่ถนนแถบนี้พลุกพล่านมีชีวิตชีวาแต่บรรยากาศย้อนยุคดีครับ และไฮไลต์ของเราก็คงต้องเป็นวัดเซนโซจิ วัดพุทธอันโด่งดังที่สร้างขึ้นเพื่อเทพคันนน โครงสร้างในแต่ละจุดก็น่าประทับใจในเรื่องของขนาดอันใหญ่โตและสีแดงสดใสครับ

โตเกียวครูซ สายแม่น้ำสุมิดะmore

โตเกียวครูซ สายแม่น้ำสุมิดะ

เป็นการเดินทางท่องเที่ยวทางเรือเพลิดเพลินกับการชมแม่น้ำสุมิดะโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที 12 สะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำระหว่าง "อะซากุสะ" และ "ฮิโนเดซันบาชิ" มีแต่สะพานที่มีเอกลักษณ์ทางด้านสีและรูปทรงทั้งนั้น เช่น สะพานอาซึมะบาชิและสะพานคิโยสึบาชิ เป็นต้น นั่งฟังเสียงแนะนำสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในเรือ และชมการเปลี่ยนแปลงของอ่าวโตเกียว สามารถค้นพบอารมณ์ของทั้งเอโดะและโตเกียวในปัจจุบันได้

ทัวร์ล่องแม่น้ำ 1 ชั่วโมงนี้เริ่มต้นที่อาซาคุสะไปสุดที่โอไดบะ โดยหน้าตาเรือที่ใช้นั้นได้รับการออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่นให้ดูล้ำยุคหน่อยๆ แต่ก็ทำให้เราได้เห็นโตเกียวในมุมมองที่ต่างออกไปซึ่งก็คือมองจากกลางแม่น้ำสุมิดะนั่นเอง บนเรือมีบาร์ไว้บริการเพื่อผ่อนคลายและดื่มด่ำกับช่วงเวลาระหว่างล่องเรือด้วยนะคะ

ผมขึ้นเรือโฮตาลูนา เรือลำนี้ออกแบบมาด้วยแนวคิดจากนักวาดการ์ตูนชื่อดังชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่ง เส้นทางเดินเรือลำนี้จะเชื่อมต่อระหว่างอาซาคุสะและโอไดบะ โดยจะล่องตามแม่น้ำสุมิดะไปออกอ่าวโตเกียว ซึ่งการล่องเรือก็ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่แล้วครับสำหรับคนที่อยากเห็นโตเกียวจากมุมมองใหม่ซึ่งก็คือจากกลางแม่น้ำ เพราะจะทำให้ได้เห็นทิวทัศน์รอบเรือด้วยครับ

ยูริคาโมเมะ
สถานีโอไดบะไคฮินโคเอ็น --> ชิมบาชิ
(13 นาที)

ชิมบาชิ --> อุจิไซไวโจ
(5 นาที)

สายโทเอ มิตะ
อุจิไซไวโจ --> ชิโระคาเนะได
(11 นาที)

ฮัปโปเอ็น เอ็นจุmore

ฮัปโปเอ็น เอ็นจุ

ตั้งอยู่ในสถานที่จัดงานแต่งงาน "ฮัปโปเอ็น" ที่เอ็นจุ สามารถมองเห็นสวนญี่ปุ่นที่กว้างใหญ่ เพื่อให้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสี่ฤดูกาล ผ่านทางวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารตามฤดูกาลและทัศนียภาพของสวน จึงเสิร์ฟอาหารเซ็ตไคเซกิแบบออริจินอลพร้อมกับใช้ถ้วยชาม 12 เดือนที่สวยงาม และยังสามารถลิ้มรสอาหารเซ็ตโอะมากาเสะไคเซกิ (เมนูตามใจเชฟ) ที่เชฟได้เลือกสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดีที่อยู่ในสภาพที่อร่อยที่สุดในตอนนั้น

แม้แต่ในยามค่ำคืน เราก็ยังมาพักผ่อนหย่อนใจในสวนแห่งนี้ได้ก็เพราะแสงไฟที่ส่องสว่างอย่างดี บ่อน้ำสวยๆ บ้านโบราณสวยๆ ต้นบอนไซเก่าแก่ ต้นเมเปิลและต้นเชอร์รี่ ผสมรวมกันเป็นสวนญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมได้อย่างวิเศษ ฉันหวังว่าสักวันจะได้มาที่สวนแห่งนี้ตอนกลางวันที่แดดจ้าๆ ดูบ้าง!

หลังจากนั้น เราไปทานมื้อค่ำกันที่ร้านเอนจูในสวนฮัปโปะเอน หน้าต่างมุขขนาดใหญ่ที่หันออกสู่สวนสวยโรแมนติกทำให้คุณสามารถชมวิวไปพร้อมกับลองลิ้มชิมรสชาติอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมแสนอร่อยที่เสิร์ฟมาในจานใบงาม ที่นี่ช่างสวยงามเหมาะกับค่ำคืนนี้จริงๆ ค่ะ!

สวนญี่ปุ่นฮัปโปะเอนจะดูน่าทึ่งมากครับในช่วงกลางคืนเพราะมีการประดับไฟไว้อย่างสวยงาม แล้วก็ยังมีต้นบอนไซเป็นคอลเลกชันสวยๆ ด้วย ซึ่งบางต้นก็อายุหลายร้อยปีแล้วนะครับ!

ตอนเย็นเราไปทานอาหารญี่ปุ่นกัน ซึ่งก็สุดยอดไปเลยครับ สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษก็คือการที่ได้ชมสวนไปพร้อมกับทานอาหารชั้นเลิศนี่แหละครับ

โรงแรมชินากาวะปริ๊นซ์

โรงแรมชินากาวะปริ๊นซ์เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็นทุกอย่าง โดยห้องพักแต่ละห้องจะสามารถเห็นวิวสวยๆ ของกรุงโตเกียว ตัวโรงแรมเองตั้งอยู่ใกล้สถานีชินากาวะ ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้บริการรถไฟชินคันเซน รถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น หรือรถไฟใต้ดินสายยามาโนเตะก็ได้ ในตึกรองที่ฉันพักอยู่จะเสิร์ฟอาหารเช้าสไตล์บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นหรืออาหารฝรั่งในบรรยากาศดีๆ

ห้องพักที่นี่สะอาดและสะดวกสบายดีครับ วิวเมืองโตเกียวในยามค่ำคืนจากโรงแรมนี้สวยจนแทบลืมหายใจเลยครับ ส่วนอาหารเช้า เราสามารถเลือกไปทานที่ห้องอาหารใดก็ได้ในโรงแรมแห่งนี้ ส่วนตัวผมเลือกบุฟเฟ่ต์จะได้ไปตักทานอาหารที่ชอบด้วยตัวเองและทานได้มากเท่าที่ต้องการครับ

วันที่สอง

HOKURIKU(FUKUI)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

JAL (JAL Japan Explorer Pass) ดูรายละเอียด

เที่ยวบินในประเทศจากสนามบินฮาเนดะ โตเกียว - โคมัตสึ ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น ซึ่งสะดวกสบายมากหากต้องการเดินทางไปที่จังหวัดฟุคุอิ บริการและความสะดวกสบายบนเครื่องของสายการบินแจแปนแอร์ไลน์อยู่ในระดับดีเยี่ยมเทียบเท่ากับชื่อเสียงของสายการบิน พนักงานบริการบนเครื่องให้ความเอาใจใส่และสุภาพเรียบร้อยดีมาก ที่นั่งก็นั่งสบาย... เครื่องออกตรงเวลาด้วยค่ะ

เที่ยวบินนี้ออกตรงเวลาและน่าพึงพอใจมากครับ พนักงานบริการทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส เห็นแล้วรู้สึกดี หลังจากเครื่องขึ้นแล้วก็มีเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ทันที ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 50 นาที เราก็ไปถึงจุดหมาย และมีพนักงานคอยต้อนรับที่ปลายทางอย่างอบอุ่นด้วยครับ

สนามบินโคมัตสึ

ร้านอาหารฮัตสึมิ ซูชิ ฮอนเทนที่ตั้งอยู่ในเมืองฟุคุอิ มีชื่อเสียงมากในด้านซูชิ ซึ่งเป็นอาหารจานเด็ดที่พบได้อย่างแพร่หลายในภูมิภาคนี้เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลญี่ปุ่นนั่นเอง เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาแล้ว พวกเราก็นั่งลงตรงเคาน์เตอร์ยาวเพื่อทานซูชิที่เชฟซูชิชั้นครูมายืนปั้นสดๆ ให้ดูกันตรงหน้า และนอกจากนั้นเราได้เข้าไปด้านหลังเคาน์เตอร์เพื่อเรียนรู้วิธีการทำมากิ (ข้าวห่อสาหร่าย) และยังได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าไปถึงในครัวเพื่อดูวิธีการทำน้ำแกงเนื้อไว้สำหรับทำซุป ซึ่งไม่ใช่แค่ดูสวยอย่างเดียวแต่ยังอร่อยด้วยค่ะ

เราได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารโรงกลั่นขนาดเล็กของครอบครัวคุโบตะ โดยท่านผู้บริหารถือเป็นรุ่นที่ 11 แล้วค่ะ โรงกลั่นแห่งนี้ทำอยู่สองอย่างหลักๆ ก็คือ ปลูกข้าวด้วยตนเองและผลิตเหล้าสาเกจากน้ำบาดาลในท้องถิ่นที่สูบขึ้นมาจากความลึกถึง 200 เมตร เมื่อจบการนำชมด้วยการอธิบายทุกขั้นตอนในการทำสาเกแล้ว เราก็ได้มีโอกาสชิมผลิตภัณฑ์สาเกต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมาที่โรงกลั่นแห่งนี้ด้วยค่ะ

เราได้รับเชิญให้ไปทานอาหารกลางวันกันที่ร้านฮัตสึมิ ซูชิ ฮอนเทน ร้านอาหารเล็กๆ น่ารักสำหรับครอบครัวที่ให้บริการเมนูซูชิแสนอร่อย เชฟได้เชิญให้เราเข้าไปด้านหลังเคาน์เตอร์และสาธิตวิธีทำมากิ (ข้าวห่อสาหร่าย) จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้เราได้ลองทำด้วยตนเอง นอกจากนั้นเขายังเชิญพวกเราเข้าไปในครัวเพื่อชมวิธีการทำน้ำแกงเนื้อไว้ซดคู่กับมากิด้วยครับ เป็นช่วงเวลาที่ดีตลอดมื้ออาหารเลยครับ พนักงานทุกคนก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นจริงๆ ครับ

โรงกลั่นสาเกคุโบตะที่จังหวัดฟุคุอิเปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เราได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ในการทำสาเกและได้ทราบเคล็ดลับของรสชาติพิเศษในผลิตภัณฑ์สาเกจากโรงกลั่นคุโบตะแห่งนี้ หลังจบการบรรยายแล้ว เราก็จะได้ชิมสาเกในร้านด้วยครับ

รถบัสฟรีคานาซาวาระ
สนามบินโคมัตสึ-->สถานี JR อาวาระออนเซ็น
ประมาณ 45 นาที

* ปกติจะมีให้บริการเฉพาะในวันธรรมดา กรุณาตรวจสอบล่วงหน้าสำหรับการยกเลิก

รถบัสเคฟุคุ

สาย 85 สายโทจินโบที่มุ่งหน้าไปมิคุนิคังโคโฮเต็ลมาเอะ

สถานี JR อาวาระออนเซ็น -->โทจินโบ
ประมาณ 45 นาที

โทจินโบmore

โทจินโบ

โทจินโบเป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพอันงดงามซึ่งประกอบด้วยหน้าผาสูงชันที่ยังคงถูกกัดเซาะโดยคลื่นในมหาสมุทร
หน้าผาโทจินโบอันน่าตื่นตานี้ทอดตัวยาวกว่า 1 กิโลเมตรไปตามแนวชายฝั่งของตำบลมิคุนิ
ลักษณะของหน้าผาที่เป็นรอยแยกรูปเสาหินเหลี่ยมอันเกิดจากหินแอนดีไซต์ที่มีส่วนประกอบของแร่ไพร็อกซีนนี้หาพบได้ยากและมีเพียงสามแห่งในโลกเท่านั้น ซึ่งรวมถึงหน้าผาโทจินโบนี้ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุเสาวรีย์ทางธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่นด้วย
คุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพทั้งจากบนโทจินโบทาวเวอร์ที่มีความสูง 55 เมตรหรือจากเรือท่องเที่ยวที่ล่องไปรอบๆ หน้าผาก็ได้เช่นกัน

ถ้าได้มาฟุคุอิ ห้ามพลาดที่นี่เลยนะคะ ส่วนตัวฉันเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอจะมาอยู่เหมือนกัน และก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่นี่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ตรงหน้าผาที่ลาดไล่ระดับเหนือทะเลญี่ปุ่นเป็นแนวยาวกว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นภูมิทัศน์ธรรมชาติที่พบได้ยากเนื่องจากหินผาที่นี่เป็นหินบะซอลต์ที่ก่อตัวเป็นแท่งได้รูปทรงเรขาคณิตพอดี เราได้ดูทิวทัศน์ตรงนี้จนพระอาทิตย์ตกดินซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นชอบมาที่นี่ค่ะ

แนวการเรียงตัวของเสาหินบะซอลต์กับรูปทรงเรขาคณิตตามธรรมชาติของหินชนิดนี้ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์ที่น่าดึงดูดใจ ผมได้มาชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ ดูน่าอัศจรรย์มากครับ ที่จริงแล้ว ที่นี่ก็มีชื่อในด้านจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินนี่แหละครับ ภาพแสงพระอาทิตย์อัสดงไล้ไปตามหินหน้าผาและแนวชายฝั่งทะเลอันสูงชันเป็นภาพที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บภาพในช่วงเวลาเหล่านี้ในรูปแบบภาพถ่ายสวยๆ มากครับ

รถบัสเคฟุคุ
สาย 84 สายโทจินโบที่มุ่งหน้าไปสถานีอาวาระออนเซ็น
โทจินโบ-->สถานีอาวาระยุโนะมาจิ
ประมาณ 40 นาที

อาวาระออนเซ็นmore

อาวาระออนเซ็น

ย่านบ่อน้ำพุร้อนเก่าแก่ของจังหวัดฟุคุอิ
อาวาระออนเซ็นยังคงให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอยู่เสมอนับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี1883 บ่อน้ำพุร้อนสุดหรูหราแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในฐานะ "ห้องรับรองแห่งคันไซ" ความวิจิตรและบรรยากาศของอาวาระทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่หลงรักของบรรดาศิลปินและนักเขียนที่แวะเวียนกันมาเข้าพักอย่างไม่ขาดสาย
อาวาระเป็นย่านบ่อน้ำพุร้อนที่สุดแสนโรแมนติกซึ่งได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดในโฮคุริคุ โดยถ่ายทอดความหรูหราและประณีตผ่านสถาปัตยกรรมสมัยใหม่

  • Estelle Loiseau

    ที่อาวาระออนเซนมีรีสอร์ทริมทะเลตั้งอยู่ และตัวออนเซนเองก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย เราจึงได้ลองแช่ออนเซนของโรงแรมเพื่อผ่อนคลายร่างกายหลังจากที่ออกไปเที่ยวมาทั้งวัน น้ำของที่นี่ช่วยในการรักษาโรคไขข้ออักเสบและโรคผิวหนังอักเสบได้ด้วยนะคะ

  • Denis Medina

    ผมไปพักที่เรียวคันซึ่งเป็นที่พักสไตล์ญี่ปุ่นชื่อ "มัตสียะ เซนเซน" ตั้งอยู่ในอาวาระออนเซน

มัตสึยะ เซนเซน

  • Estelle Loiseau

    เราทานมื้อค่ำกันที่โรงแรมค่ะ พนักงานจองมุมเล็กๆ ที่เป็นส่วนตัวและมองเห็นวิวต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชอุ่มไว้ให้เรา เราเลือกเมนูไคเซย์คิ จึงได้ทานอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ หลายอย่างเลยค่ะ ทั้งซาชิมิ ปูท้องถิ่น ปลา ชาบูชาบู...

    ยาไตมุระ ยูเคมุริ โยโคโชเป็นถนนที่มีร้านเล็กๆ สไตล์ญี่ปุ่นอย่างเช่นร้านราเมนหรือโซบะตั้งอยู่มากมาย และอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม แต่ละแผงสามารถรับลูกค้าได้ประมาณ 10 คนเท่านั้น ใกล้ๆ โยโคโชมีบ่อแช่เท้าสาธารณะที่เปิดให้ใช้บริการได้ฟรี

    โรงแรมมัตสึยะ เซนเซนเป็นโรงแรมที่ให้บริการห้องพักสไตล์ญี่ปุ่น ก่อนที่จะได้เข้าห้องพัก ทางโรงแรมจัดชาเขียวมัตฉะเป็นเครื่องดื่มต้อนรับให้กับเราที่ห้องชงชา ฉันชอบห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่มีพื้นที่กว้างๆ และปูเสื่อทาทามิบนพื้นมากเลยค่ะ ในห้องนี้ยังมีออนเซนเล็กๆ ตรงระเบียงด้วยนะคะ

  • Denis Medina

    ร้านอาหารในมัตสึยะ เซนเซนให้บริการทั้งด้านอาหารและการบริการได้อย่างดีมีรสนิยม มีการปรุงอาหารจานต่างๆ ด้วยความประณีตรวมถึงเมนูปูชื่อดังประจำภูมิภาคด้วย พนักงานยิ้มแย้มอยู่เสมอและคอยอธิบายเกี่ยวกับเมนูอาหารที่เราไม่รู้จัก ผมต้องขอขอบคุณที่นี่จากใจจริงที่คอยดูแลอยู่ตลอดเวลาที่เรามาพัก

    ตรอกเล็กๆ ที่มีร้านอาหารขนาดเล็กจับกลุ่มรวมกันอยู่ในซอย ตรอกแห่งนี้ตั้งอยู่หน้าสถานีอาวาระยูโนะมาจิ มีแสงไฟส่องสว่างตลอดทางให้คุณได้ชิมอาหารญี่ปุ่นในราคาประหยัด

    เรียวคันที่นี่ใหญ่มาก ห้องพักทุกห้องเป็นสไตล์ญี่ปุ่นและก็มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติชื่อดังด้วยครับ พนักงานต้อนรับมาแนะนำเรียวคันเป็นภาษาฝรั่งเศสกับผมในขั้นตอนแรก จากนั้นก็เสิร์ฟชาเขียวมัตฉะในห้องญี่ปุ่นดั้งเดิม ห้องพักแต่ละห้องมีบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งที่เรียกว่า "โรเทนบุโระ" ตรงระเบียงด้วยครับ

วันที่สาม

  • Estelle Loiseau
  • Estelle Loiseau

    มัตสึยะ เซนเซน

    • Estelle Loiseau

      ฉันชอบมาเที่ยวเมืองมิคุนิ มินาโตะและถนนเส้นหลักมากเลยค่ะ เมืองนี้เจริญรุ่งเรืองมาแล้วหลายศตวรรษในฐานะเมืองท่าแวะจอดเรือที่ล่องมาจากทะเลญี่ปุ่น ทั้งบ้านทาวน์เฮาส์ที่ตีไม้ระแนงเป็นตาราง ที่พักพ่อค้าวานิชและซามูไร ก็ทำให้จินตนาการได้ไม่ยากว่าในยุคที่เมืองนี้รุ่งเรืองถึงขีดสุดนั้นจะมีชีวิตชีวามากเพียงใด บ้านพ่อค้าคิชินะแสนสวยที่ทำจากไม้ทั้งหลังก็เป็นที่หนึ่งที่น่าไปเยี่ยมชมค่ะ

      ตึกอันเป็นที่ตั้งของร้านอาหารแห่งนี้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญเลยทีเดียว ส่วนร้านอาหารเองก็มีชื่อเสียงในด้านเมนูที่ทำจากกุ้งน้ำลึก ภายในร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโดยหันหน้าออกสู่สวนสวย ฉันได้ทานข้าวหน้ากุ้งเทมปุระพร้อมเพิ่มไข่ตอกราดข้าว ฉันชอบบรรยากาศความอ่อนช้อยของร้านนี้มากเลยค่ะ...

      นี่เป็นซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์ของตระกูลอิชิโจดานิ อาซาคุระที่เป็นผู้ครองแคว้นเอชิเซน สำหรับฉัน นี่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาเยี่ยมชมซากปรักหักพังนะคะ ทำให้เราได้สัมผัสกับช่วงหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งที่อยู่ของซามูไรที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ กำแพงดิน บ้านพ่อค้า ทาวน์เฮาส์ บ้านผู้ครองนคร และร้านย้อมผ้าค่ะ

    • Denis Medina

      ผมเดินรอบเมืองเงียบๆ แห่งนี้อย่างสนุกสนานทั้งวันเลยครับ
      ในช่วงเช้า ผมไปเที่ยวรอบเมืองมิคุนิ ผมได้เห็น "อดีตตึกธนาคารโมริตะ" ที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณร้อยกว่าปีก่อนด้วยมาตรฐานการก่อสร้างแบบตะวันตก และก็ได้เดินตัดผ่านซอยเล็กๆ ที่อยู่โดยรอบ นอกจากนั้นยังได้ไปเยี่ยมชมโกดังเก็บรถขบวนแห่รูปนักรบขนาดยักษ์ (สูงถึง 6 เมตร) ด้วยครับ

      ผมไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารในท้องถิ่นชื่อ "อุโอะชิโระ" ที่ตั้งอยู่ริมทะเล บรรยากาศร้านชวนให้ระลึกถึงอดีต ส่วนเมนูเด็ดประจำร้านจะเป็นเมนูปลาและอาหารทะเล

      ผมได้มาเที่ยวซากปรักหักพังของตระกูลอิชิโจดานิ อาซาคุระซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์พอสมควร เพียงก้าวขาผ่านทางเข้าเท่านั้นก็เหมือนคุณได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตจริงๆ ทั้งตัวบ้านพักและทางเดินยังคงสภาพเดิมเหมือนที่เคยเป็น แต่มีพนักงานดูแลใส่ชุดโบราณเพิ่มเข้ามาเล็กน้อยเป็นโบนัส ทั้งภายในและภายนอกตัวบ้านได้รับการบูรณะอย่างดีจึงสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตในสมัยก่อนนั้นได้อย่างชัดเจนครับ

    รถไฟเอจิเซ็น สายมิคุนิอาวาระ
    สถานีอาวาระยุโนะมาจิ-->สถานีฟุคุอิ
    ประมาณ 40 นาที

    รถบัสเคฟุคุ (รถบัสวิ่งตรง) เอเฮจิไลเนอร์
    สถานี JR ฟุคุอิ ทางออกทิศตะวันออก-->เอเฮจิ
    ประมาณ 30 นาที

  • Denis Medina
  • Estelle Loiseau
  • Denis Medina
  • Estelle Loiseau
  • Denis Medina

รถบัสเคฟุคุ (รถบัสวิ่งตรง) เอเฮจิไลเนอร์

เอเฮจิ-->สถานี JR ฟุคุอิ ทางออกทิศตะวันออก
ประมาณ 30 นาที

  • Estelle Loiseau

    สวนในจังหวัดฟุคุอิแห่งนี้งดงามเหมือนในภาพวาด โดยแต่ก่อนเคยเป็นที่อยู่ของตระกูลมัตสึไดระ ในสวนจะมีห้องชงชาที่บูรณะขึ้นมาใหม่อย่างสวยงามอยู่ติดกับบ่อน้ำ ซึ่งคุณสามารถไปนั่งสังเกตความใหญ่โตมโหฬารของสวนและปลาคาร์ปมากมายที่แหวกว่ายอยู่ก็ได้ค่ะ

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นการหวนรำลึกถึงประวัติศาสตร์เมืองฟุคุอิตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงยุคหลังสงคราม รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อขึ้นไปชั้นบน คุณจะได้พบกับสิ่งของต่างๆ จากยุคเอโดะและเครื่องแต่กายสวยๆ ด้วยค่ะ

    โยรปปาเคน ร้านคัตสึด้งชื่อดังประจำภูมิภาคนี้ก็มีสาขาอยู่ที่ฟุคุอิเช่นกัน! โยรปปาเคนก่อกำเนิดมากว่า 90 ปีแล้วจึงเป็นร้านที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่งหากคุณได้ไปเที่ยวในภูมิภาคนี้นะคะ และต่อให้คุณพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะทางร้านมีเมนูภาษาอังกฤษพร้อมภาพประกอบไว้ให้บริการ คัตสึด้งคือข้าวที่ด้านบนมีชิ้นเนื้อหมูชุบแป้งทอดแสนอร่อยวางทับอยู่นั่นเองค่ะ ซอสที่ใช้ปรุงรสเนื้อหมูก็อร่อยมากๆ ค่ะ

  • Denis Medina

    ประวัติศาสตร์ของโยโคคันย้อนกลับไปได้ถึงสมัยเอโดะ ที่นี่มีความเงียบสงบอย่างแท้จริง ยิ่งในฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอีกด้วย นอกจากนั้นตรงกลางสวนยังมีบ่อน้ำเล็กๆ ที่ประดับประดาไว้ด้วยก้อนหินให้เป็นเหมือนโหมดย่อส่วนของวิวทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา

    พิพิธภัณฑ์เทศบาลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองฟุคุอิมีการแสดงต้นตอประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งนี้ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงศตวรรษที่ 20 เราได้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือนระหว่างที่ทั้งเมืองกำลังอยู่ในช่วงบูรณะซ่อมแซม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้เกี่ยวกับอดีตของเมืองนี้ซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของไดเมียวมัตสึไดระ ผู้สืบเชื้อสายจากโทคุกาวะ อิเอยาสึ

    เราทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากยุโรป ร้านอาหารนี้ได้รับความนิยมในหมู่นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว นักเรียน และอื่นๆ มากพอสมควรเลยทีเดียว เมนูที่ผมเลือกทานอร่อยมากครับ ยิ่งราดซอสปรุงรสสูตรลับของทางร้านยิ่งอร่อยใหญ่เลย

สถานี JR ฟุคุอิ-->สถานี JR ทาเคฟุ
ประมาณ 30 นาที

รถบัสฟุคุเท็ตสึ สายนาเน็ตสึที่มุ่งหน้าไปวาชิโนะซาโตะ
สถานีเอจิเซ็นทาเคฟุ-->วาชิโนะซาโตะ
ประมาณ 30 นาที

หมู่บ้านเอจิเซ็นวาชิmore

หมู่บ้านเอจิเซ็นวาชิ

บริเวณอิมาดาเตะซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเอจิเซ็นวาชินั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,500 ปี ในฐานะหนึ่งในเขตพื้นที่ที่ผลิตกระดาษวาชิซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับการผลิตกระดาษเอจิเซ็น
สถานที่ต่างๆ ในหมู่บ้านเอจิเซ็นวาชิที่มีความเกี่ยวข้องกับกระดาษเอจิเซ็นนั้นตั้งอยู่อย่างหนาแน่นตลอดช่วงถนนความยาว 230 เมตร คุณสามารถเข้าชมช่างฝีมือและทดลองทำกระดาษด้วยตัวเองได้บนถนนที่สวยงามที่ผสานกันระหว่างประเพณีและธรรมชาติ

  • Estelle Loiseau

    แกลอรี่กระดาษวาชิชื่อซุกิฮาระเปิดให้บริการมาปีกว่าๆ แล้วบนสถานที่ตั้งอันงดงาม ผู้จำหน่ายส่งกระดาษญี่ปุ่นรายนี้พยายามอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงมุมมองที่คนทั่วไปมีต่องานฝีมือดั้งเดิมชนิดนี้ เขาใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการทำงานร่วมกับช่างฝีมือและนักออกแบบเชิงสร้างสรรค์มานำเสนอประโยชน์และวิธีการใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ เช่น ใช้ประดับร้านค้าหรู ร้านอาหาร โรงแรม และร่วมงานกับศิลปินจากนานาชาติ

    นี่คือศาลเจ้าที่อุทิศแด่เทพธิดาแห่งกระดาษผู้มีนามว่าคาวาคามิ โกเซน ที่แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยต้นสนซีดาร์และต้นแปะก๊วยจึงมีความสงบร่มเย็นและมีจิตวิญญาณอยู่เต็มเปี่ยม ตัววัดสร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลัง และมีการแกะสลักด้วยความประณีตขั้นสูง จึงมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สวยงามมากมายให้เห็นได้ที่ศาลเจ้าแห่งนี้

    กระดาษวาชิเป็นงานฝีมือที่เป็นที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่นและโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เอชิเซน ฉันเป็นคนที่ชื่นชอบงานฝีมืออยู่แล้วดังนั้นจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ทำความเข้าใจขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ที่แสนละเอียดอ่อนในการทำกระดาษญี่ปุ่นที่พิพิธภัณฑ์กระดาษและงานฝีมืออุดัตสึ เราได้ลองทำวาชิด้วยนะคะ ทำให้เข้าใจได้ทันทีเลยว่ามีความซับซ้อนมากจริงๆ จำเป็นต้องฝึกฝีมือและทำซ้ำๆ เพื่อให้ออกมาเป็นกระดาษชั้นเลิศค่ะ!

  • Denis Medina

    เราไปกันที่แกลอรี่ของโยชินาโอะ ซุกิฮาระ พ่อค้าชื่อดังชาวเมืองวาชิ
    หลังจากจบทัวร์ชมแกลอรี่อันงดงามแห่งนี้แล้ว เราก็ได้นั่งจิบชาและฟังเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานฝีมือและงานประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นมาราวกับเป็นตัวแทนของลูกค้างานศิลป์จากทั่วทุกมุมโลก ผมรู้สึกดีมากครับที่ได้ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ ผลงาน และได้ทราบต้นกำเนิดของกระดาษวาชิที่ถือกำเนิดขึ้นที่เอชิเซน ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเกือบ 1,500 ปีที่แล้ว

    ศาลเจ้าโอคาโมโตะ โอทาคิเป็นสถานที่ที่คุณสามารถมาผ่อนคลายได้เพราะมีความสงบและได้รับการดูแลอย่างดีมาก เพียงเดินผ่านประตูโทริอิอันสง่างามที่เชื่อมมาจากถนนเส้นเล็กๆ คุณจะได้เห็นอาคารศาลเจ้าหลักที่ตกแต่งด้วยงานแกะสลักที่งดงามบนผนังศาลเจ้า ด้านนอกมีมอสเกาะอยู่ทั่วตามที่ต่างๆ ทำให้เกิดบรรยากาศที่แสนผ่อนคลาย

    หลังจากที่รับฟังการบรรยายขั้นตอนการทำกระดาษวาชิมาอย่างละเอียดทุกขั้นตอนแล้ว ตัวผมเองก็มีโอกาสได้ลองทำกระดาษโดยใช้เทคนิคที่สืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษด้วย ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ทำกระดาษก็เป็นเครื่องมือง่ายๆ เองครับ ผมก็ได้เรียนรู้เทคนิคการขยับมือมาบ้างแล้วครับ แต่กระดาษที่ผมทำขึ้นมายังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบมากมายนัก

รถบัสฟุคุเท็ตสึ สายนาเน็ตสึที่มุ่งหน้าไปเอจิเซ็น ทาเคฟุ

วาชิโนะซาโตะ-->สถานีเอจิเซ็นทาเคฟุ
ประมาณ 30 นาที

  • Estelle Loiseau
  • Denis Medina
  • Estelle Loiseau
  • Denis Medina
  • Estelle Loiseau
  • Denis Medina

สถานี JR ทาเคฟุ-->สถานี JR คานาซาวะ
ประมาณ 60 นาที

สถานีคานาซาวะmore

สถานีคานาซาวะ

ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบสี่สถานีที่สวยงามที่สุดในโลกโดยนิตยสาร Travel+Leisure ในปี 2011 ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโดมที่มีเสาขนาดใหญ่รองรับอยู่ สร้างขึ้นโดยมีต้นแบบมาจากกลองที่ใช้ในการแสดงศิลปะแบบโบราณ นอกจากนี้ภายในสถานียังตกแต่งด้วยงานฝีมือประจำท้องถิ่นราวกับการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

  • Estelle Loiseau
  • Denis Medina

JR โฮคุริคุ ชินคันเซ็น ดูรายละเอียด

  • Estelle Loiseau

    การได้เดินทางด้วยรถไฟญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่สร้างความสุขได้เสมอเลยค่ะ ไม่ว่าจะนั่งรถไฟธันเดอร์เบิร์ดจากเมืองทาเคฟุในจังหวัดฟุคุอิไปคานาซาะวะ หรือจะนั่งรถไฟชินคันเซนสายโฮคุริคุกลับโตเกียวก็ตาม ทั้งบริการ ความสะดวกสบายบนรถไฟ และความตรงต่อเวลาก็ยังน่ายกย่องค่ะ

  • Denis Medina

    เรานั่งรถไฟด่วนธันเดอร์เบิร์ดไปที่คานาซาวะ แล้วค่อยนั่งรถไฟชินคันเซนสายโฮคุริคุกลับโตเกียว
    รถไฟนั่งสบายและเงียบดีมากครับ ตรงที่นั่งมีโต๊ะพับ ปลั๊กเสียบไฟ และชั้นวางสัมภาระเหนือศีรษะด้วย และแน่นอนว่าตรงต่อเวลาตามเคยครับ

สถานีโตเกียวmore

สถานีโตเกียว

อาคารมารุโนะอุจิของสถานีโตเกียวได้รับการอนุรักษ์และบูรณะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2012 เป็นอาคารอิฐสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของสถานีโตเกียวที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมานานได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ของตัวอาคารเดิมที่มีอายุกว่าร้อยปี และยังเป็นการเปิดให้บริการอีกครั้งของโรงแรมสถานีโตเกียวและหอศิลป์สถานีโตเกียว โดยโรงแรมถือว่าเป็นโรงแรมเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในย่านที่มีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น การตกแต่งภายในเป็นแบบสไตล์ยุโรปคลาสสิกและดูภูมิฐานผสมผสานกับความงดงามของอาคารมารุโนะอุจิภายนอก

  • Estelle Loiseau

    โครงการนี้ทำให้ฉันได้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ ค่ะ ตั้งแต่มหานครโตเกียวไปจนถึงวัดที่อิงแอบอยู่ในหุบเขา หรือแม้กระทั่งงานฝีมือทุกรูปแบบในภูมิภาคฟุคุอิ ทั้งหมดนี้อยู่ใกล้โตเกียวทั้งนั้นเลยค่ะ ฉันจึงอยากให้ทุกคนได้รับรู้สิ่งต่างๆ ที่ฉันได้ประสบพบมาตลอดทริปนี้ค่ะ

  • Denis Medina

    การได้มาเที่ยวภูมิภาคฟุคุอิถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำมากครับ ทุกคนเป็นมิตร เที่ยวสนุก บริการสไตล์ญี่ปุ่นก็เป็นเอกลักษณ์และมีคุณภาพเยี่ยมจริงๆ จังหวัดนี้ยังมีสถานที่อื่นๆ อีกมากมายให้ได้ไปเยี่ยมชม ดังนั้นผมจึงอยากกลับไปอีกอย่างแน่นอนครับ
    จากโตเกียว คุณสามารถนั่งเครื่องบินหรือนั่งรถไฟมาที่นี่ก็ได้ สำหรับคนที่รีบหน่อย เครื่องบินก็จะมาถึงเร็วกว่าทำให้มีเวลาเที่ยวได้มากขึ้น ส่วนคนที่ถือบัตรเจอาร์พาส การนั่งรถไฟมาที่นี่จะใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมงแต่ข้อดีก็คือจะเข้ามาถึงใจกลางเมืองเลยครับ

เสียงจากนักท่องเที่ยว

วันแรกในโตเกียวทำให้ฉันได้ทำความคุ้นเคยกับเมืองที่ฉันรักมากอีกครั้งหนึ่ง ภูมิภาคฟุคุอิใช้เวลาเดินทางจากคานาซาวะเพียง 1 ชั่วโมง จึงเหมาะแก่การแวะชมเพื่อค้นหาประเทศญี่ปุ่นอย่างเต็มอิ่ม ฉันชอบท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้มากค่ะ เพราะมีการจัดการอย่างเป็นระบบจริงๆ!

Estelle Loiseau
บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว
ที่อยู่อาศัย:ประเทศฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ศิลปะ งานฝีมือ และวัฒนธรรม

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    มากกว่า 4 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ผมรู้สึกพอใจกับการจัดทัวร์ในครั้งนี้มากครับ รวมถึงผู้คนต่างๆ มากมายที่ได้พบระหว่างนั้นด้วย สถานที่ที่พาไปเยี่ยมชมได้ผ่านการคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดีและเวลาที่ให้ในแต่ละสถานที่ก็เหมาะสมดีแล้วครับ
ธีมของแต่ละที่ที่ได้ไปเยี่ยมชมทั้งในโตเกียวและฟุคุอิก็คือเพื่อแสดงให้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจในเมืองต่างๆ ซึ่งโดยรวมแล้วก็สอดคล้องกันดีและมีรูปแบบที่หลากหลาย ทำให้ได้รับประสบการณ์พิเศษในทุกๆ ครั้ง

Denis Medina
นักเขียน
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ประเทศฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    ชื่นชอบธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และการได้เจอคนใหม่ๆ

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมา 5 ปีแล้ว

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © HOKURIKU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.